ผู้เขียน หัวข้อ: !!จำหน่าย เครื่องเสียงกลางแจ้ง ไมโครโฟน Atprosound.com บอกเลยงานดีมาก  (อ่าน 5 ครั้ง)

veerachai29

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4456
    • ดูรายละเอียด
  - แนวทางการทำงานของ เพาเวอร์แอมป์ คลาส AB -
เพาเวอร์แอมป์เป็นวัสดุอุปกรณ์ที่สำคัญมาก ในระบบเสียงที่ใช้ขับลำโพงให้มีเสียงดังออกมาก วันนี้พวกเราจึงมาแนะนำหลักการทำงานของ เพาเวอร์แอมป์ คลาส AB ที่ใช้กันอยู่ทั่วๆไปให้คุณทราบกัน เพาเวอร์แอมป์คลาส AB คือ การผสมผสานหลักการทำงานของ คลาส A รวมทั้ง คลาส B เข้าด้วยกัน ถ้าเช่นนั้นลำดับแรกพวกเรามารู้จะ เพาเวอร์แอมป์คลาส A และก็ B กันก่อน เครื่องเสียงกลางแจ้ง

     

เยี่ยมชมเว็บไซต์และสินค้า เครื่องเสียงกลางแจ้ง https://www.atprosound.com/product-category/pa-system/

     - เพาเวอร์แอมป์ คลาส A -
เพาเวอร์แอมป์คลาส A เป็นวงจรขยายเสียงแบบเรียบง่ายโดยจะใช้ทรานซิสเตอร์ขยายสัญญาณแค่ตัวเดียว โดยทรานซิสเตอร์จะถูกไบอัสกระแสอยู่เสมอเวลาถึงจะไม่มีสัญญาณเสียงเข้ามา จึงทำให้เกิดความร้อนต่อทรานซิสเตอร์สูง จึงทำให้มีประสิทธิภาพต่ำ หรือ ได้กำลังวัตต์น้อยนั้นเอง แต่จุดเด่นของภาคขยายแบบคลาส Aเป็นให้ลาดละเอียดเสียงที่ดี ความผิดสติไม่ดีของเสียงต่ำมาก เพาเวอร์แอมป์คลาสนี้ตอนนี้หาได้ยากมากมาย โดยมากจะอยู่ในระบบเสียง Hi-End สะจำนวนมาก เพาเวอร์แอมป์

     - เพาเวอร์แอมป์คลาส B -
เพาเวอร์แอมป์คลาส B เป็นวงจรขยายเสียงที่อาศัยการทำงานแบบ Push-Pull (ผลัก-ดึง) โดยจะใช้ทรานซิสเตอร์ 2 ตัว โดยตัวนึ่งเป็นแบบ NPN ทำหน้าที่ขยายสัญญาณเสียงสัญญาณที่มีแอมพลิจูด ทางด้านบวก และ ใช้ทรานซิสเตอร์แบบ PNP ทำหน้าที่ขยายสัญญาณเสียงที่มีแอมพลิจูด ทางด้านลบ วงจรจะทำงานต่อเมื่อมีสัญญาณเสียงเข้ามาเท่านั้น วงจรขยายเสียงคลาส B มีประสิทธิภาพสูงยิ่งกว่า คลาสA แม้กระนั้นข้อตำหนิเป็นมีความผิดบ้าสูงเพราะรอยต่อระหว่างสัญญาณส่วนบวกแล้วก็ลบ(crossover distortion ) เป็นจุดที่กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดความเพี้ยนสูง เดี๋ยวนี้พูดได้ว่าไม่มีเพาเวอร์คลาส B อยู่เลยก็ว่าได้ Mixer

   

     - เพาเวอร์แอมป์คลาส AB -
เพาเวอร์แอมป์คลาส AB อย่างที่กล่าวเอาไว้ข้างต้นว่า เพาเวอร์แอมป์คลาส AB คือการผสมผสานจุดเด่นของแอป์ คลาส A และก็ B เอาไว้รวมกันเพื่อมีคุณภาพสูงยิ่งกว่าคลาส A และก็ ข้อผิดพลาดเพี้ยนต่ำลงยิ่งกว่าคลาส B โดยวงจรขยายจะใช้การปฏิบัติงานแบบ Push-Pull (ผลัก-ดัน) โดยจะใช้ทรานซิสเตอร์ 2 ตัว โดยตัวนึ่งเป็นแบบ NPN ทำหน้าที่ขยายสัญญาณเสียงสัญญาณที่มีแอมพลิจูด ทางด้านบวก และก็ ใช้ทรานซิสเตอร์แบบ PNP ทำหน้าที่ขยายสัญญาณเสียงที่มีแอมพลิจูด ทางด้านลบ อย่างกับคลาส B แต่จะทำแก้ไข้เรื่องความผิดพลาดฟั่นเฟือนรอยต่อระหว่างสัญญาณซีกบวกและก็ลบ(crossover distortion ) โดยการไบอัสกระแสให้กับทรานซิสเตอร์ไว้ต่ำๆเพื่อช่วยลดข้อผิดพลาดสติไม่ดี จึงทำให้ได้คุณภาพเสียงใกล้เคียงกับคลาส A แม้กระนั้นความร้อนต่ำลงยิ่งกว่าคลาส A และ เพาเวอร์แอมป์คลาส AB เรียกได้ว่าเป็นที่นิยมตลอดไปของทุกแวดวงเสียง สามารถขับเสียงได้ทุกเขตเสียง รวมทั้ง ที่สำคัญคลาส AB เป็นพื้นฐานของเพาเวอร์คลาสอื่นๆอีกมากมาย เป็นต้นว่า คลาส G , คลาส H , คลาส TD , คลาส HD และก็ EEEngine ฯลฯ

     - ไมค์ DPA 4099 2 สี ต่างกันยังไง ?
ถ้าหากเข้าไปที่หน้าเว็บ AT แล้วเสิร์ชหา DPA 4099 จะพบว่า มีไมค์ DPA 4099 อยู่ 2 สีเป็นเหลือง กับแดง แล้วถ้าต้องซื้อ จะซื้อสีไหน ?

     - DPA 4099 เป็นไมค์จ่ออุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรี คุณภาพสูง
ออกมาทั้งสิ้น 2 รุ่น สำหรับการใช้งานเครื่องดนตรีต่างจำพวกกัน

     

     - โดยเริ่มจาก DPA CORE 4099 for Lund SPL DC-1 หรือ สีแดง
เป็นไมค์สำหรับรับเครื่องดนตรีทุกหมวดหมู่ เหมาะสำหรับดนตรีคลาสสิก ดังเช่น ไวโอลิน, เปียโน, กีต้าร์โปร่ง, แซกโซโฟน, เชลโล่, คลาริเน็ต, ฟลูต ฯลฯ รับเสียงพีคได้ถึง 142 dB ซึ่งนับว่ามากพอสำหรับอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีจำพวกคลาสสิก จากที่ยกตัวอย่างไป ไมโครโฟน

     - ส่วน DPA CORE 4099 for Extreme SPL DC-2 หรือ สีเหลือง
เป็นไมค์สำหรับรับเสียงอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีที่ดังมากๆเป็นต้นว่า กลอง, ทรัมเป็ต, ทรอมโบน แล้วก็เครื่องเป่าทองเหลืองอื่นๆรับเสียงพีคได้ถึง 152 dB ซึ่งจัดว่ามากพอสำหรับอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีประเภทร็อคแบนด์ ตามที่ยกตัวอย่างไป แล้วก็ยังเป็นรุ่นที่วงร็อคระดับโลกอย่าง Metallica เลือกใช้สำหรับเพื่อการจ่อกลองชุด สำหรับทัวร์คอนเสิร์ตด้วยครับ

     - ราคา 29,760 บาท เท่ากันทั้งยัง 2 รุ่น
จะได้ ไมค์ 4099 1 ตัว รวมทั้งคลิปคีบตามชนิดเครื่องดนตรีที่อยากได้ 1 ชิ้น

Tags : Mixer